“ศิลปะของยุโรป” หรือ “ศิลปะตะวันตก” ครอบคลุมประวัติศาสตร์ของทัศนศิลป์ในยุโรปมาอย่างยาวนานกว่าหลายพันปี ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์จากการยุคหินเพลิโอลิธอิกบน แสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพบนถ้ำ (cave painting) และศิลปะสกัดหิน (petroglyph) ที่เป็นเอกลักษณ์ของช่วงเวลาระหว่างยุคหิน – ยุคเหล็ก ทุกวันนี้เรายังพบร่องรอยศิลปะทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่หลงเหลืออยู่ตามพื้นทั่วโลกตั้งแต่หินแกะสลัก ไปจนถึงอนุสรณ์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามรูปแบบของการพัฒนาศิลปะในยุโรปเกิดขึ้นชัดเจนอย่างมากโดยเฉพาะยุคสมัยของกรีกโบราณ ซึ่งพวกเขาได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจักรวรรดิไปทั่วทั้งยุโรปแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง

อิทธิพลของศิลปะยุคคลาสสิกเพิ่มขึ้นและลดลงตลอดช่วงเวลาสองพันปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยตลอดหลายช่วงตั้งแต่ยุคกลางที่จนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา หรือพบกับช่วงเวลาที่นักประวัติศาสตร์ศิลปะยุคแรกมองว่าเป็นยุค “เสื่อมสลาย” ในช่วงยุคบาโรก (Baroque) ก้าวพัฒนาต่อมาเป็นในรูปแบบศิลปะที่มีประณีตมากขึ้นใน ลัทธิคลาสสิกใหม่ (Neo-Classicism) จนสุดท้ายได้ถือกำหนดใหม่ในฐานะของแนวคิดหลังยุคนวนิยม (Post-Modernism)

ก่อนคริสต์ศักราช 1800 โบสถ์คริสเตียนมีอิทธิพลอย่างมากต่อศิลปะในตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นในด้าน สถาปัตยกรรม จิตรกร ประติมากรรม ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งสำคัญในการแสดงผลงานสำหรับศิลปิน ประวัติความเป็นมาของคริสตจักรสะท้อนให้เห็นอย่างมากในประวัติศาสตร์ศิลปะ ในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาเดียวกันก็ได้รับได้เกิดเรื่องราว ฮีโร่และวีรสตรี เรื่องราวของเทพเจ้า เทพในตำนานสงครามที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งมีชีวิตตามตำนานทั้งหลาย ศิลปะส่วนใหญ่ในช่วง 200 ปีที่ผ่านถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้อ้างอิงแนวคิดทางศาสนาจนบ่อยครั้งที่ไม่ได้แสดงออกถึงอุดมการณ์เลย ส่วนใหญ่มักได้รับอิทธิพลจากปัญหาทางการเมือง

Eastern-art-

ศิลปะยุคตะวันออกในแต่ละยุค

1.ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ (Prehistoric art) ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ในยุโรปเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมของยุโรป แบ่งออกเป็นสี่ช่วงเวลาหลัก ยุคหิน ยุคหินใหม่ ยุคสำริด ยุคเหล็ก

2.ศิลปะคลาสสิคโบราณ (Ancient Classical art) วัฒนธรรมมิโนอันถือได้ว่าเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในตะวันตก มีต้นกำเนิดอยู่ในครีตประกอบด้วยสี่ช่วงเวลา Prepalatial  Protopalatial  Neopalatial จนถึงช่วง Postpalatial ระหว่าง 3650 – 1100 ปีก่อนคริสตกาล

3.ศิลปะสมัยยุคกลาง (Medieval) ศิลปะที่ยังมีชีวิตรอดส่วนใหญ่ในยุคกลางนั้นมักเกี่ยวข้องกับทาง ส่วนใหญ่ได้รับทุนจากศาสนจักรบุคคลผู้มีอำนาจทางศาสนาเช่นบิชอป

4.ศิลปะไบเซนไทน์ (Byzantine) ศิลปะไบแซนไทน์เป็นการผสมผสานรวมเข้ากับสิ่งที่เราเรียกว่าศิลปะคริสเตียนยุคแรกจนกระทั่งช่วง 730 – 843 เมื่องานศิลปะส่วนใหญ่ที่ได้เลือนหายไปจากประวัติศาสตร์

5.ศิลปะแบบโรมัน (Romanesque) ศิลปะแบบโรมันหมายถึงช่วงเวลาจาก 1,000 จนถึงยุคศตวรรษที่ 12 นี่เป็นช่วงเวลาที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในแถบ ศิลปะแบบโรมันนั้นมีพลังและตรงไปตรงมา สามารถเข้าถึงได้ง่าย