มนุษย์ดำรงอยู่บนโลกมานานกว่าหลายพันปี ตลอดช่วงเวลานั้นสิ่งที่ทำให้พวกเราเป็นพวกที่มีอารยธรรมมากที่สุดก็คือทักษะในด้านศิลปะ ไม่ว่าจะผ่านมากี่พันปีสิ่งเหล่านี้กลายเป็นของตกทอดให้แก่ลูกหลานของพวกเขา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของแต่ละอารยธรรมโบราณ โดยเฉพาะในแทบยุโรปที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมืออในการดำรงชีพ จนกระทั่งสามารถรู้วิธีการเขียนหรือทาสีหินบนหิน พัฒนาทักษะในการวาดภาพบนผนังถ้ำที่เป็นเอกลักษณะประจำยุคหินไปจนถึงยุคเหล็ก

ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์

ต้นกำเนิดของประวัติศาสตร์ศิลปะสามารถย้อนกลับไปได้ถึงยุคหินที่พบเห็นได้จากหลักฐานที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร สิ่งประดิษฐ์ที่เก่าที่สุดมาจากยุคหินล้วนมาในรูปแบบของการแกะสลักหิน การแกะสลักภาพประติมากรรม การจัดเรียงหิน ศิลปะจากช่วงเวลานี้อาศัยการใช้สีธรรมชาติ การแกะสลักหินเพื่อสร้างการเป็นตัวแทนของวัตถุ สัตว์ พิธีกรรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองอารยธรรม หนึ่งในตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพเขียนยุคหินใน Paleolithic Cave ที่พบในถ้ำที่ซับซ้อนของ Lascaux ในประเทศฝรั่งเศส พวกเขาค้นพบถ้ำแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1940 คาดว่ามีอายุไม่เกิน 20,000 ปี แสดงให้เห็นสัตว์ขนาดใหญ่ ต้นไม้หลากหลายที่ถูกอธิบายอยู่ในภาพ

ศิลปะยุคโบราณ

ศิลปะโบราณเป็นการสร้างสรรค์โดยอารยธรรมชั้นสูง ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงผู้ที่มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง อารยธรรมเหล่านี้ประกอบไปด้วยเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีซ และทวีปอเมริกา สื่อกลางของงานศิลปะในยุคนี้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอารยธรรมที่สร้างขึ้น แต่งานศิลปะส่วนใหญ่ทำหน้าที่คล้ายกัน คือเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง นอกจากนี้ยังมีงานหลายชิ้นแสดงเรื่องราวของเหล่าทวยเทพและเทพธิดาในความเชื่อตามศาสนาที่แตกต่างกันไป หนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดจากเมโสโปเตเมียคือรหัสของฮัมมูราบี สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1792 เป็นชุดของกฎหมายบาบิโลนแกะสลักด้วยหิน ตกแต่งด้วยภาพของกษัตริย์ฮัมมูราบี

ศิลปะยุคกลาง

ยุคกลางมักถูกเรียกว่า “ยุคมืด” เป็นช่วงเวลาของการเสื่อมสภาพทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในปี ค.ศ.476 งานศิลปะส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงแรกสะท้อนให้เห็นว่าเสื่อมโทรมของยุคนมัย โดยผลงานส่วนใหญ่จะมีตกแต่งอยู่ในโบสถ์เป็นหลัก เมื่อสหัสวรรษแรกผ่านไปโบสถ์เริ่มมีความซับซ้อนและตกแต่งอย่างประณีตเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของสถาปัตยกรรม ถือเป็นศิลปะที่พบเห็นได้มากสุดรวมถึงสอดแทรกไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย